My Weblog

เล่าเรื่องน้องยีสต์

Posted on: August 23, 2008

เนื่องจากงานที่ทำในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับยีสต์ (yeast) เลยขออนุญาตเล่าเสียสักหน่อยนะครับ

ปกติชาวบ้านเขาใช้เจ้ายีสต์ตัวนี้ทำอาหาร เช่น ขนมปัง เบียร์ ฯลฯ คือเอาไปผสมกับแป้งหรือข้าว เติมน้ำนิดๆ หมักเสียสักหน่อยให้ยีสต์ได้กินอาหาร มันก็จะคายก๊าซออกมา ทำให้อาหารจะมีฟองฟูขึ้นมา

แต่ที่ทำงานอยู่นั้น ไม่ได้ทำงานในโรงงานอาหารหรอกครับ แหะๆ

ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับการวิจัยทางชีววิทยาครับ แล้วก็ใช้ตัวยีสต์นี่แหละเป็นตัวทดลอง แทนที่จะใช้คน หรือหนู อะไรทำนองนั้น

ยีสต์ที่เอามาใช้ในการทดลองวิทยาศาตร์ หลักๆแล้วมีไม่กี่ชนิดครับ ชนิดที่ผมใช้ทำกันอยู่นัั้น ก็เป็นชนิดเดียวกับที่เอามาทำขนมปัง เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า baker’s yeast หรือ budding yeast เพราะว่ามันเจริญพันธุ์ด้วยวิธีการแตกหน่อ บางคนอาจจะสงสัยว่า เจ้าหน่อนี่หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ขอให้ดูภาพประกอบนะครับ หน่อนั้นก็คือเจ้าปุ่มเล็กๆที่ออกมาจากตัวยีสต์กลมๆนั่นแหละครับ พอมันงอกออกมาใหญ่พอควรแล้ว มันก็จะหลุดออกมาเป็นตัวที่สมบูรณ์

อืมๆ ที่เอายีสต์มาทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์นี่ เอามาวิจัยพวกวิธีการทำเบียร์หรือ? แหะๆ จริงๆก็เปล่าหรอกครับ หัวข้อวิจัยนั้นไม่ได้เอาไว้หมักเบียร์หรือทำขนมปังกันหรอก แต่คือการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นๆที่คล้ายๆกับคนเรานี่แหละ บางครั้งก็สามารถเอาความรู้นี้มาประยุกต์หายารักษาโรคในคน หรือได้ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์มากขึ้นเยอะแยะครับ

อ้าว ทำไมล่ะ เป็นไปได้ยังไง? มันก็เพราะว่า แม้เจ้ายีสต์ที่เราเห็นนี้ดูจะตัวเล็กๆ (ขนาดประมาณ 3.5 micron หรือถ้าเอามัันมาเรียงต่อกันเป็นเส้นตรงจำนวน 3 แสนตัวก็จะได้ประมาณ 1 เซ็นติเมตรครับ) แต่มันก็มีคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมือนคนมาก ที่สำคัญที่สุดคือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก็บสื่อทางพันธุกรรมหรือ DNA ไว้ในถุงเยื่อบางๆ (nuclear membrane) ภายในตัวเองครับ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอย่างพวกเรา ที่ต่างจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำพวกแบคทีเรีย (เช่น lactobacillus ที่เขาเอามาทำยาคูลท์ :D) ซึ่งไม่มีถุงบางๆที่ว่านี้ และอื่นๆอีกมากมาย… สรุปง่ายๆว่า เจ้ายีสต์นี่มันมีอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆพวกเรานั้นแหละครับ

ก็เพราะว่าการทำวิจัยนั้น เราจะเอาคนเป็นๆมาวิจัยมันก็ไม่ได้ จะเอาลิงมาก็วุ่นวาย จะหมาแมว ฯลฯ ก็ใช้เวลาและเงินทุนทั้งนั้นครับ สัตว์ทดลองที่ใช้กันมากในปัจจุบันก็เช่น หนู แมลงวัน หนอน ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป และยีสต์ก็เหมือนกันครับ ก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อยในการทำวิจัย

ข้อดีก็มากมายครับ เช่น เจริญเติบโตได้รวดเร็ว คือยีสต์จะแบ่งตัวจากหนึ่งเป็นสองทุกๆชั่วโมงครึ่งครับ (เทียบกับเซลล์มนุษย์ที่ใช้กันในห้องทดลองก็จะตกประมาณหนึ่งวัน), อาหารที่เลี้ยงยีสต์ก็ราคาแสนถูกเมื่อเทียบกับเซลล์อื่นๆ นี่ยังไม่รวมการเลี้ยงสัตว์นะครับ เพราะว่ามันต้องเสียค่าโน่นค่านี่มากมายทีเดียว แถมยังต้องอดทนต่อผู้ที่มาต่อสู้เพื่อสิทธิสัตว์อีก อิอิ และที่ลืมเสียไม่ได้คือ เราไม่ต้องลำบากใจว่าเราจะต้องฆ่าสัตว์ครับ ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย

ส่วนข้อด้อยก็คือ มันเป็นส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กครับ เวลาเราทำวิจัยเราก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างว่ามันไม่เหมือนคนทีเดียวนัก บางครั้งอาจจะขาดอะไรไปบ้าง (บางทีอาจเกินก็มี) ก็ต้องเห็นใจมันหน่อย อย่าไปว่ามันนัก ได้ข้อมูลอะไรดีๆแล้วก็เอาไปเช็คกับเซลล์มนุษย์ทีหลังก็ยังไม่สายเกินไป ^_^/

ดังที่ว่ามานี้ ก็คงรู้จักเจ้ายีสต์กันบ้างแล้วนะครับ งานวิจัยอะไรดีๆที่มาจากยีสต์ก็มีมาก อย่ามัวแต่คิดว่ามันได้แต่ผลิตเบียร์ให้คนมัวเมากันอย่างเดียวก็แล้วกันนะครับ :)

Advertisements

1 Response to "เล่าเรื่องน้องยีสต์"

ได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: