My Weblog

Archive for the ‘จิปาฐะ’ Category

เข้าพรรษาปีนี้ จะต้องตั้งอธิษฐานทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองให้ได้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ตอนนี้กำลังคิดดูอยู่ว่าจะทำอะไรดีระหว่าง

1. ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็น + ช่วงเช้าเดินจงกรมครึ่งชั่วโมง + ช่วงเย็นสวดมนต์พระสูตรกลางหนึ่งสูตร

ยังคิดข้อที่สองไม่ออก ตอนนี้แค่ไม่รู้ว่าในข้อหนึ่งนี้จะหนักไปหรือเปล่า ตอนนี้เป็นช่วงก่อนเข้าพรรษา อาจจะลองทดสอบความสามารถดูไปก่อน ถ้าลองซักอาทิตย์นึงแล้วโอเค ก็อาจจะใช้ข้อนี้แหละเป็นข้ออธิษฐานเข้าพรรษาปีนี้

Gambare! :)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้หวัด H1N1 (ไข้หวัดหมู)

ไข้หวัด H1N1 (ไข้หวัดหมู) คืออะไร?
ไข้หวัด H1N1 (หรือที่เรียกกันก่อนหน้าว่า “ไข้หวัดหมู”) คือไข้หวัดจากเชื้อไว้รัสชนิดใหม่ที่ทำให้เกิดโรคในมนุษย์ เชื้อไว้รัสชนิดใหม่นี้พบครั้งแรกที่ประเทศเม็กซิโกราวกลางเดือนมีนาคม และอีกหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกาและประเทศแถบยุโรปในเวลาต่อมา เชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ โดยเชื่อกันว่าเป็นวิธีเดียวกันกับการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ปกติที่พบเห็นโดยทั่วไป

คำถามทั่วไปเกี่ยวกับไข้หวัดหมู

ถาม พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดหมูในประเทศไทยบ้างหรือยัง
ตอบ ขณะนี้ยังไม่พบรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อในประเทศไทย

ถาม ไข้หวัดหมูนี้เป็นโรคติดต่อใช่ไหม
ตอบ โรคไข้หวัดหมูนี้ถูกประเมินว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ แม้ยังไม่ทราบถึงความยากง่ายในการติดต่อของโรคว่ามีมากน้อยเพียงใด

ถาม เชื้อไวรัส H1N1 นี้สามารถติดต่อได้อย่างไร
ตอบ การแพร่ระบาดของโรคนี้เชื่อว่าเป็นวิธีเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่ปกติ ซึ่งจะแพร่จากคนสู่คนโดยการไอหรือจาม แม้บางครั้งอาจสามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสแล้วนำมาสัมผัสปากหรือจมูกตนเอง

ถาม ลักษณะและอาการของโรคนี้เป็นอย่างไร
ตอบ อาการของโรคไข้หวัดหมูในคนนี้คล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ปกติ ซึ่งก็รวมไปถึงการมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกและเสมหะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหัว รู้สึกหนาวสั่นและอ่อนเพลีย ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจมีอาการอาเจียนและถ่ายท้อง รวมไปถึงอาจเสียชีวิตเมื่อมีอาการของโรครุนแรงจากเชื้อหวัดนี้

ถาม ระยะเวลาที่ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อโรคได้มีมากน้อยเพียงใด
ตอบ ขณะนี้ เชื่อว่าไวรัสชนิดนี้มีลักษณะที่เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ ในโรคไข้หวัดใหญ่มีรายงานว่าผู้ติดเชื้อสามารถแพรเชื้อตั้งแต่ก่อนมีอาการหนึ่งวัน จนถึงเจ็ดวันหลังเกิดโรค ในเด็กโดยเฉพาะเด็กอ่อนอาจมีระยะที่ยาวมากกว่านี้

ถาม เราสามารถติดเชื้อไข้หวัดหมูจากการกินเนื้อหมูหรือไม่
ตอบ ไม่สามารถติดเชื้อจากการกินได้ เชื้อ H1N1 นี้ไม่สามารถแพร่เชื้อได้ในอาหารที่ทำจากเนื้อหมูปรุงสุก การกินเนื้อที่ผ่านการทำให้สุกอย่างดีถือได้ว่าปลอดภัยจากโรคนี้

ถาม เราจะสามารถป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้อย่างไร
ตอบ ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู แต่การปฏิบัติตนถูกสุขลักษณะดังต่อไปนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อนี้ (รวมถึงไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ปกติ) ได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษชำระเมื่อต้องการไอหรือจาม และทิ้งกระดาษชำระลงถังขยะทันทีหลังจากที่ใช้แล้ว
  • ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากไอหรือจาม น้ำยาทำความสะอาดที่ทำจากแอลกอฮอล์ก็สามารถใช้ได้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา จมูกและปาก เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางนั้น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย อยู่บ้านเมื่อตนเองป่วยในระยะเวลา ๗ วันหลังจากมีอาการเริ่มต้น หรือจนถึง ๒๔ ชั่วโมงหลังจากหายดี

ถาม เชื้อไข้หวัดใหญ่นี้สามารถมีชีวิตอยู่บนสิ่งของต่างๆ (เช่น ลูกบิดประตู หนังสือพิมพ์ที่อ่าน) ได้นานเท่าใด
ตอบ มีรายงานว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถมีชีวิตอยู่ตามผิวสัมผัสตามธรรมชาติและสามารถแพร่เข้าสู่คนได้ตั้งแต่ ๒-๘ ชั่วโมงหลังจากเกาะอยู่บนพื้นผิวของสิ่งของนั้น

ถาม การใช้ผ้าปูที่นอนร่วมกัน (ในโรงแรม) การใช้ช้อนส้อมจานชามร่วมกัน สามารถทำให้ติดโรคนี้ได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร
ตอบ สามารถใช้สิ่งของต่างๆเหล่านี้ร่วมกันได้หลังจากที่ผ่านการทำความสะอาดซักล้างแล้ว ไม่ควรใช้สิ่งของเหล่านี้ร่วมกันก่อนการทำความสะอาดหลังจากถูกใช้งานแล้ว

ถาม จะฆ่าไวรัสนี้ต้องทำอย่างไร
ตอบ เราสามารถทำลายเชื้อไวรัสนี้ได้ด้วยความร้อน (๗๕ – ๑๐๐ องศาเซลเซียส) นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ สบู่ แอลกอฮอล์ในความเข้มข้นต่างๆตามความเหมาะสม

ถาม ขณะนี้มียาที่สามารถรักษาโรคนี้ได้หรือไม่
ตอบ มี มีการแนะนำให้ใช้ยา oseltamivir หรือ zanamivir สำหรับการรักษาป้องกันเชื้อชนิดใหม่นี้ ยาเหล่านี้จะช่วยทำยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสในร่างกาย ทำให้อาการทุเลาลงและรู้สึกดีขึ้น

เรียงเรียบจาก http://www.cdc.gov/h1n1flu/qa.htm

作詞:水野幸代
作曲・編曲:日向敏文
唄:Le Couple

逢えなくなって どれくらいたつのでしょう
出した手紙も 今朝ポストに舞い戻った
窓辺に揺れる 目を覚ました若葉のよに
長い冬を越え 今ごろ気づくなんて

どんなに言葉にしても足りないくらい
あなた愛してくれた すべて包んでくれた
まるで ひだまりでした

菜の花燃える 二人最後のフォトグラフ
「送るからね」と約束はたせないけれど
もしも今なら 優しさもひたむきさも
両手にたばねて 届けられたのに


それぞれ別々の人 好きになっても
あなた残してくれた すべて忘れないで
誰かを愛せるよに

広い空の下 二度と逢えなくても生きてゆくの
こんな私のこと心から
あなた愛してくれた 全て包んでくれた
まるで ひだまりでした

あなた愛してくれた 全て包んでくれた
それは ひだまりでした

เศรษฐกิจช่วงนี้ตกต่ำมาก เนื่องมาจากปัญหาการเงินของอเมริกา ว่ากันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็เพราะคนเราไม่รู้จักประมาณตน มีความอยากละโมบโลภมากล้นตัว บริหารจัดการด้วยความไม่โปร่งใส ฯลฯ นี่ก็เป็นหนึ่งในผลของหลักการแห่งทุนนิยม แม้แต่สหรัฐอเมริกาเองที่เป็นต้นแบบแห่งระบบทุนนิยมเอง ก็ไม่สามารถเอาดีทางนี้ได้เลย

ในฐานะที่เราเป็นคนไทย คนในประเทศเล็กๆที่ไม่สามารถเทียบระดับความรุนแรงของปัญหาในอเมริกา สิ่งที่เราควรคิดและจัดการกันต่อไปก็คือ จะทำอย่างไรให้เรารอดพ้นจากภัยของเศรษฐกิจนี้ได้ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ระดับบุคคลและระดับประเทศ

โดยส่วนตัวแล้ว ในระดับบุคคลแล้วนั้น หากเราควบคุมความอยาก รู้จักประมาณชีวิตของตน มีความสันโดษ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่โลภจนเกินไป กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง มีระบบระเบียบความคิดที่ดีมีเหตุผลในจิตใจตน

และในระดับประเทศ นั่นคือระดับตัวแทนหรือผู้ปกครองนั้น ความเก่งกล้าสามารถก็สำคัญอยู่ แต่ที่สำคัญที่สุดต้องเป็นจริยธรรมคุณธรรม หากมีความดีงามอยู่ในจิตใจผู้ปกครอง ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินเพื่อชาติเพื่อส่วนรวมแล้ว แม้ไม่ได้ผลที่ดีที่สุดเท่าคนเก่งทำได้ แต่รับรองได้ว่าผู้คนจะได้รับประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะได้รับเลยทีเดียว

ปัญหาที่เราควรคิดกัน คือในอนาคตเราจะจัดการอย่างไรกับบ้านเมืองของเรา ให้จริยธรรมนำหน้าความฉลาดความเก่ง

มิฉะนั้น บ้านเมืองเราก็คงเน่าเฟะเหมือนคนตาย คอยแต่เวลาที่จะเน่าเสียและสลายไปในที่สุด

Regenbogenforellen

เมื่อวานคุยกับเพื่อนคนเยอรมัน เขาไปงานประชุมวิชาการมาในสัปดาห์ที่แล้ว ที่นั่นมีวิทยากรที่ทำงานกับศูนย์วิจัยทางทะเลของเยอรมันได้มาให้ความรู้และปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของที่นี่

วิทยากรท่านนั้นได้เล่าให้ฟังว่า เดี๋ยวนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนเยอะ สิ่งที่เล่าให้ฟังแล้วติดใจเพื่อนผมคือ เรื่องปลาและขนาดของปลาที่อาศัยอยู่ในทะเล ในสมัยก่อนขนาดเฉลี่ยของปลาใหญ่ประมาณหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ขนาดเล็กลงมาก เขาเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะการที่มนุษย์เรากินปลาที่ขนาดใหญ่เยอะ และไม่ค่อยกินปลาเล็ก ทำให้ห่วงโซ่อาหารขาดสมดุล ปลาขนาดใหญ่มีจำนวนลดลง ปลาเล็กไม่ถูกกินและมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น จำนวนปลาเล็กก็เลยเพิ่มขึ้น ผลคือขนาดเฉลี่ยของปลาก็เลยเล็กลงๆ

สรุปตอนท้าย เขาให้ความเห็นว่า เราก็น่าจะกินปลาเล็กให้มากขึ้น ส่วนปลาใหญ่ก็กินให้น้อยลง พอดีในที่นั้นมีนักเรียนที่มาจากทางเหนือของเยอรมันซึ่งกินปลาชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Regenbogenforellen (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นประจำจึงเกิดความสงสัยว่า ปลานี้เล็กหรือใหญ่ (ถ้าเล็กก็อดกิน อาจทำให้เศร้าได้ ฮา…) แต่ท่านวิทยากรก็บอกแค่ว่าไม่ใหญ่ คงกินได้แหละ เท่านั้น หลายต่อหลายคนก็วางใจว่ากลับบ้านไปก็ยังคงสามารถกินปลานั้นได้เหมือนเดิม :)

คำร้อง/ทำนอง : ไสล ไกรเลิศ
ขับร้อง : สุเทพ วงศ์กำแหง
(โคลงต้นเพลงคัดมาจาก “นิราศนรินทร์” )

๐ โฉมควรจักฝากฟ้า…………….ฤๅดิน ดีฤๅ
เกรงเทพไทธรณิน…………….ลอบกล้ำ
ฝากลมเลื่อนโฉมบิน…………….บนเล่า นาแม่
ลมจะชายชักช้ำ…………….ชอกเนื้อ เรียมสงวน

แม่ยอดพธูเมืองแปร ช่างสวยแท้งามเด่น
งามเหมือนหนึ่งจันทร์เพ็ญ สมเป็นยอดนารี
พี่อยากยลโฉมเจ้า หลงรักเฝ้านิยม
แต่ต้องตรมไม่สมฤดี หรือบุญพี่จะมีไม่ถึง
เจ้าหลับเอนกายสยายเกศา ยั่วอุราให้ข้าตะลึง
อกแม่งอนเต่งตึง งามประหนึ่งอุบล
แม้ยามห่างน้องหมองหม่น จะฝากหน้ามนพี่ขัดสนจนใจ
โฉมเอย แม่งามเลิศลักขณา หรือจะลองฝากฟ้า ข้ากลัวจะเหลิงไป
จะลอยโพยม พระพรหมท่านจะคลั่งไคล้ ใครเล่าจะแล
พี่ฝากกับใครใจหวง ไม่เหมือนดังดวงใจ แม่ รักแท้คงเมตตา
เออหรือลอง ฝากกับท้องคงคา พี่คิดยิ่งพาหมองไหม้ ไม่อยากให้ใครกล้ำกราย
พี่ห่วงดวงใจ หลงใหลงมงาย รักไม่คลาย เพียงหนึ่งน้องนางเดียว

เพลง

เนื่องจากงานที่ทำในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับยีสต์ (yeast) เลยขออนุญาตเล่าเสียสักหน่อยนะครับ

ปกติชาวบ้านเขาใช้เจ้ายีสต์ตัวนี้ทำอาหาร เช่น ขนมปัง เบียร์ ฯลฯ คือเอาไปผสมกับแป้งหรือข้าว เติมน้ำนิดๆ หมักเสียสักหน่อยให้ยีสต์ได้กินอาหาร มันก็จะคายก๊าซออกมา ทำให้อาหารจะมีฟองฟูขึ้นมา

แต่ที่ทำงานอยู่นั้น ไม่ได้ทำงานในโรงงานอาหารหรอกครับ แหะๆ

ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับการวิจัยทางชีววิทยาครับ แล้วก็ใช้ตัวยีสต์นี่แหละเป็นตัวทดลอง แทนที่จะใช้คน หรือหนู อะไรทำนองนั้น

ยีสต์ที่เอามาใช้ในการทดลองวิทยาศาตร์ หลักๆแล้วมีไม่กี่ชนิดครับ ชนิดที่ผมใช้ทำกันอยู่นัั้น ก็เป็นชนิดเดียวกับที่เอามาทำขนมปัง เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า baker’s yeast หรือ budding yeast เพราะว่ามันเจริญพันธุ์ด้วยวิธีการแตกหน่อ บางคนอาจจะสงสัยว่า เจ้าหน่อนี่หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ขอให้ดูภาพประกอบนะครับ หน่อนั้นก็คือเจ้าปุ่มเล็กๆที่ออกมาจากตัวยีสต์กลมๆนั่นแหละครับ พอมันงอกออกมาใหญ่พอควรแล้ว มันก็จะหลุดออกมาเป็นตัวที่สมบูรณ์

อืมๆ ที่เอายีสต์มาทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์นี่ เอามาวิจัยพวกวิธีการทำเบียร์หรือ? แหะๆ จริงๆก็เปล่าหรอกครับ หัวข้อวิจัยนั้นไม่ได้เอาไว้หมักเบียร์หรือทำขนมปังกันหรอก แต่คือการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นๆที่คล้ายๆกับคนเรานี่แหละ บางครั้งก็สามารถเอาความรู้นี้มาประยุกต์หายารักษาโรคในคน หรือได้ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์มากขึ้นเยอะแยะครับ

อ้าว ทำไมล่ะ เป็นไปได้ยังไง? มันก็เพราะว่า แม้เจ้ายีสต์ที่เราเห็นนี้ดูจะตัวเล็กๆ (ขนาดประมาณ 3.5 micron หรือถ้าเอามัันมาเรียงต่อกันเป็นเส้นตรงจำนวน 3 แสนตัวก็จะได้ประมาณ 1 เซ็นติเมตรครับ) แต่มันก็มีคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมือนคนมาก ที่สำคัญที่สุดคือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก็บสื่อทางพันธุกรรมหรือ DNA ไว้ในถุงเยื่อบางๆ (nuclear membrane) ภายในตัวเองครับ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอย่างพวกเรา ที่ต่างจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำพวกแบคทีเรีย (เช่น lactobacillus ที่เขาเอามาทำยาคูลท์ :D) ซึ่งไม่มีถุงบางๆที่ว่านี้ และอื่นๆอีกมากมาย… สรุปง่ายๆว่า เจ้ายีสต์นี่มันมีอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆพวกเรานั้นแหละครับ

ก็เพราะว่าการทำวิจัยนั้น เราจะเอาคนเป็นๆมาวิจัยมันก็ไม่ได้ จะเอาลิงมาก็วุ่นวาย จะหมาแมว ฯลฯ ก็ใช้เวลาและเงินทุนทั้งนั้นครับ สัตว์ทดลองที่ใช้กันมากในปัจจุบันก็เช่น หนู แมลงวัน หนอน ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป และยีสต์ก็เหมือนกันครับ ก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อยในการทำวิจัย

ข้อดีก็มากมายครับ เช่น เจริญเติบโตได้รวดเร็ว คือยีสต์จะแบ่งตัวจากหนึ่งเป็นสองทุกๆชั่วโมงครึ่งครับ (เทียบกับเซลล์มนุษย์ที่ใช้กันในห้องทดลองก็จะตกประมาณหนึ่งวัน), อาหารที่เลี้ยงยีสต์ก็ราคาแสนถูกเมื่อเทียบกับเซลล์อื่นๆ นี่ยังไม่รวมการเลี้ยงสัตว์นะครับ เพราะว่ามันต้องเสียค่าโน่นค่านี่มากมายทีเดียว แถมยังต้องอดทนต่อผู้ที่มาต่อสู้เพื่อสิทธิสัตว์อีก อิอิ และที่ลืมเสียไม่ได้คือ เราไม่ต้องลำบากใจว่าเราจะต้องฆ่าสัตว์ครับ ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย

ส่วนข้อด้อยก็คือ มันเป็นส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กครับ เวลาเราทำวิจัยเราก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างว่ามันไม่เหมือนคนทีเดียวนัก บางครั้งอาจจะขาดอะไรไปบ้าง (บางทีอาจเกินก็มี) ก็ต้องเห็นใจมันหน่อย อย่าไปว่ามันนัก ได้ข้อมูลอะไรดีๆแล้วก็เอาไปเช็คกับเซลล์มนุษย์ทีหลังก็ยังไม่สายเกินไป ^_^/

ดังที่ว่ามานี้ ก็คงรู้จักเจ้ายีสต์กันบ้างแล้วนะครับ งานวิจัยอะไรดีๆที่มาจากยีสต์ก็มีมาก อย่ามัวแต่คิดว่ามันได้แต่ผลิตเบียร์ให้คนมัวเมากันอย่างเดียวก็แล้วกันนะครับ :)