My Weblog

เงินเป็นสิ่งสำคัญ เราก็ต้องยอมรับว่าที่ทำงานทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงดูชีวิตและการได้มาซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ช่วงที่ผ่านมานี้ ได้ลองพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน เพราะที่ผ่านๆมาเงินที่เก็บมาทั้งหมดจะจมอยู่กับธนาคาร หรือไม่ก็เป็นรูปของเงินสดที่อยู่ในบ้านนี่แหละ เมื่อลองคิดๆดู เงินมันก็เฟ้อขึ้นทุกวัน เงินที่เก็บๆไว้ที่บ้านก็จะมีค่าลดลง ที่ฝากธนาคารไว้ก็ได้ดอกเบี้ยน้อยนิดเทียบกับอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เสียเลย นี่แหละเหตุผลที่อยากลงทุน

แหล่งที่อ่านดูก็มีทั้งเว็บไซต์ของแต่ละธนาคารที่สามารถลงทุนได้ที่นี่ พันทิปห้องสินธร ฯลฯ ได้ความว่าเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก เหตุผลใหญ่เกิดจากปัญหา subprime ที่อเมริกา ทำให้ปั่นป่วนไปหมดทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นทั้งหลาย ตอนนี้การลงทุนในหุ้นก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก

ตอนนี้ที่ดูๆก็เป็นพวกความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนน้อยหน่อย ก็มีหลายกองทุน มีทั้งพวกตราสารหนี้ พวกตลาดเงิน พวกอัตราแลกเปลี่ยน หรือไม่ก็เป็นพวกอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งก็มีหลากหลาย มีอะไรๆที่แตกต่างกันไป

จากที่ได้ดูๆมา ก็ได้ความรู้ใหม่อีกว่า ถ้าลงทุนเองทางอินเตอร์เน็ตโดยไม่ผ่าน advisor ที่ธนาคาร ก็จะได้ค่านายหน้าลดลง หรือบางทีไม่มีเลย รวมถึงค่าบัญชีก็ไม่ต้องเสีย ซึ่งทำให้ประหยัดกว่า (ตอนแรกไม่รู้เลย –‘)

กว่าจะได้ลงทุนเป็นจริงเป็นจังก็คงต้องรออีกสักหน่อย ขอให้ได้ความรู้มากกว่านี้ และลองเล่นเล็กๆน้อยๆไปก่อน ถ้าได้อะไรยังไงแล้ววันหน้าจะลองมารวบรวมให้ตัวเองใหม่ที่นี่แหละครับ :)

Advertisements

Regenbogenforellen

เมื่อวานคุยกับเพื่อนคนเยอรมัน เขาไปงานประชุมวิชาการมาในสัปดาห์ที่แล้ว ที่นั่นมีวิทยากรที่ทำงานกับศูนย์วิจัยทางทะเลของเยอรมันได้มาให้ความรู้และปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของที่นี่

วิทยากรท่านนั้นได้เล่าให้ฟังว่า เดี๋ยวนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนเยอะ สิ่งที่เล่าให้ฟังแล้วติดใจเพื่อนผมคือ เรื่องปลาและขนาดของปลาที่อาศัยอยู่ในทะเล ในสมัยก่อนขนาดเฉลี่ยของปลาใหญ่ประมาณหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ขนาดเล็กลงมาก เขาเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะการที่มนุษย์เรากินปลาที่ขนาดใหญ่เยอะ และไม่ค่อยกินปลาเล็ก ทำให้ห่วงโซ่อาหารขาดสมดุล ปลาขนาดใหญ่มีจำนวนลดลง ปลาเล็กไม่ถูกกินและมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น จำนวนปลาเล็กก็เลยเพิ่มขึ้น ผลคือขนาดเฉลี่ยของปลาก็เลยเล็กลงๆ

สรุปตอนท้าย เขาให้ความเห็นว่า เราก็น่าจะกินปลาเล็กให้มากขึ้น ส่วนปลาใหญ่ก็กินให้น้อยลง พอดีในที่นั้นมีนักเรียนที่มาจากทางเหนือของเยอรมันซึ่งกินปลาชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Regenbogenforellen (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นประจำจึงเกิดความสงสัยว่า ปลานี้เล็กหรือใหญ่ (ถ้าเล็กก็อดกิน อาจทำให้เศร้าได้ ฮา…) แต่ท่านวิทยากรก็บอกแค่ว่าไม่ใหญ่ คงกินได้แหละ เท่านั้น หลายต่อหลายคนก็วางใจว่ากลับบ้านไปก็ยังคงสามารถกินปลานั้นได้เหมือนเดิม :)

คำร้อง/ทำนอง : ไสล ไกรเลิศ
ขับร้อง : สุเทพ วงศ์กำแหง
(โคลงต้นเพลงคัดมาจาก “นิราศนรินทร์” )

๐ โฉมควรจักฝากฟ้า…………….ฤๅดิน ดีฤๅ
เกรงเทพไทธรณิน…………….ลอบกล้ำ
ฝากลมเลื่อนโฉมบิน…………….บนเล่า นาแม่
ลมจะชายชักช้ำ…………….ชอกเนื้อ เรียมสงวน

แม่ยอดพธูเมืองแปร ช่างสวยแท้งามเด่น
งามเหมือนหนึ่งจันทร์เพ็ญ สมเป็นยอดนารี
พี่อยากยลโฉมเจ้า หลงรักเฝ้านิยม
แต่ต้องตรมไม่สมฤดี หรือบุญพี่จะมีไม่ถึง
เจ้าหลับเอนกายสยายเกศา ยั่วอุราให้ข้าตะลึง
อกแม่งอนเต่งตึง งามประหนึ่งอุบล
แม้ยามห่างน้องหมองหม่น จะฝากหน้ามนพี่ขัดสนจนใจ
โฉมเอย แม่งามเลิศลักขณา หรือจะลองฝากฟ้า ข้ากลัวจะเหลิงไป
จะลอยโพยม พระพรหมท่านจะคลั่งไคล้ ใครเล่าจะแล
พี่ฝากกับใครใจหวง ไม่เหมือนดังดวงใจ แม่ รักแท้คงเมตตา
เออหรือลอง ฝากกับท้องคงคา พี่คิดยิ่งพาหมองไหม้ ไม่อยากให้ใครกล้ำกราย
พี่ห่วงดวงใจ หลงใหลงมงาย รักไม่คลาย เพียงหนึ่งน้องนางเดียว

เพลง

เนื่องจากงานที่ทำในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับยีสต์ (yeast) เลยขออนุญาตเล่าเสียสักหน่อยนะครับ

ปกติชาวบ้านเขาใช้เจ้ายีสต์ตัวนี้ทำอาหาร เช่น ขนมปัง เบียร์ ฯลฯ คือเอาไปผสมกับแป้งหรือข้าว เติมน้ำนิดๆ หมักเสียสักหน่อยให้ยีสต์ได้กินอาหาร มันก็จะคายก๊าซออกมา ทำให้อาหารจะมีฟองฟูขึ้นมา

แต่ที่ทำงานอยู่นั้น ไม่ได้ทำงานในโรงงานอาหารหรอกครับ แหะๆ

ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับการวิจัยทางชีววิทยาครับ แล้วก็ใช้ตัวยีสต์นี่แหละเป็นตัวทดลอง แทนที่จะใช้คน หรือหนู อะไรทำนองนั้น

ยีสต์ที่เอามาใช้ในการทดลองวิทยาศาตร์ หลักๆแล้วมีไม่กี่ชนิดครับ ชนิดที่ผมใช้ทำกันอยู่นัั้น ก็เป็นชนิดเดียวกับที่เอามาทำขนมปัง เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า baker’s yeast หรือ budding yeast เพราะว่ามันเจริญพันธุ์ด้วยวิธีการแตกหน่อ บางคนอาจจะสงสัยว่า เจ้าหน่อนี่หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ขอให้ดูภาพประกอบนะครับ หน่อนั้นก็คือเจ้าปุ่มเล็กๆที่ออกมาจากตัวยีสต์กลมๆนั่นแหละครับ พอมันงอกออกมาใหญ่พอควรแล้ว มันก็จะหลุดออกมาเป็นตัวที่สมบูรณ์

อืมๆ ที่เอายีสต์มาทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์นี่ เอามาวิจัยพวกวิธีการทำเบียร์หรือ? แหะๆ จริงๆก็เปล่าหรอกครับ หัวข้อวิจัยนั้นไม่ได้เอาไว้หมักเบียร์หรือทำขนมปังกันหรอก แต่คือการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นๆที่คล้ายๆกับคนเรานี่แหละ บางครั้งก็สามารถเอาความรู้นี้มาประยุกต์หายารักษาโรคในคน หรือได้ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์มากขึ้นเยอะแยะครับ

อ้าว ทำไมล่ะ เป็นไปได้ยังไง? มันก็เพราะว่า แม้เจ้ายีสต์ที่เราเห็นนี้ดูจะตัวเล็กๆ (ขนาดประมาณ 3.5 micron หรือถ้าเอามัันมาเรียงต่อกันเป็นเส้นตรงจำนวน 3 แสนตัวก็จะได้ประมาณ 1 เซ็นติเมตรครับ) แต่มันก็มีคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมือนคนมาก ที่สำคัญที่สุดคือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก็บสื่อทางพันธุกรรมหรือ DNA ไว้ในถุงเยื่อบางๆ (nuclear membrane) ภายในตัวเองครับ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอย่างพวกเรา ที่ต่างจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำพวกแบคทีเรีย (เช่น lactobacillus ที่เขาเอามาทำยาคูลท์ :D) ซึ่งไม่มีถุงบางๆที่ว่านี้ และอื่นๆอีกมากมาย… สรุปง่ายๆว่า เจ้ายีสต์นี่มันมีอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆพวกเรานั้นแหละครับ

ก็เพราะว่าการทำวิจัยนั้น เราจะเอาคนเป็นๆมาวิจัยมันก็ไม่ได้ จะเอาลิงมาก็วุ่นวาย จะหมาแมว ฯลฯ ก็ใช้เวลาและเงินทุนทั้งนั้นครับ สัตว์ทดลองที่ใช้กันมากในปัจจุบันก็เช่น หนู แมลงวัน หนอน ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป และยีสต์ก็เหมือนกันครับ ก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อยในการทำวิจัย

ข้อดีก็มากมายครับ เช่น เจริญเติบโตได้รวดเร็ว คือยีสต์จะแบ่งตัวจากหนึ่งเป็นสองทุกๆชั่วโมงครึ่งครับ (เทียบกับเซลล์มนุษย์ที่ใช้กันในห้องทดลองก็จะตกประมาณหนึ่งวัน), อาหารที่เลี้ยงยีสต์ก็ราคาแสนถูกเมื่อเทียบกับเซลล์อื่นๆ นี่ยังไม่รวมการเลี้ยงสัตว์นะครับ เพราะว่ามันต้องเสียค่าโน่นค่านี่มากมายทีเดียว แถมยังต้องอดทนต่อผู้ที่มาต่อสู้เพื่อสิทธิสัตว์อีก อิอิ และที่ลืมเสียไม่ได้คือ เราไม่ต้องลำบากใจว่าเราจะต้องฆ่าสัตว์ครับ ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย

ส่วนข้อด้อยก็คือ มันเป็นส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กครับ เวลาเราทำวิจัยเราก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างว่ามันไม่เหมือนคนทีเดียวนัก บางครั้งอาจจะขาดอะไรไปบ้าง (บางทีอาจเกินก็มี) ก็ต้องเห็นใจมันหน่อย อย่าไปว่ามันนัก ได้ข้อมูลอะไรดีๆแล้วก็เอาไปเช็คกับเซลล์มนุษย์ทีหลังก็ยังไม่สายเกินไป ^_^/

ดังที่ว่ามานี้ ก็คงรู้จักเจ้ายีสต์กันบ้างแล้วนะครับ งานวิจัยอะไรดีๆที่มาจากยีสต์ก็มีมาก อย่ามัวแต่คิดว่ามันได้แต่ผลิตเบียร์ให้คนมัวเมากันอย่างเดียวก็แล้วกันนะครับ :)

ไม่ได้เขียนบล็อกมานานโข

วันนี้กลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง

หวังว่าต่อไปจะสามารถเขียนได้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อพัฒนาทักษะของตัวเองนะจ๊ะ